Header Ads

วิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ Subprime Mortgage Crisis

วิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ Subprime Mortgage Crisis

พักเรื่องเทรดมาคุยกันเรื่องเศรษฐกิจกันบ้างดีกว่าสำหรับบทความนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง “วิกฤตเศรษฐกิจสินเชื่อซับไพรม์” (Subprime Mortgage Crisis) หรือประเทศไทยเราจะเรียกว่า “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์”(Hamburger Crisis) ซึ่งบทความนี้เราเราจะมาดูที่มากันว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไร และ ผลที่ตามมานั้นมันส่งผลกระทบต่อโลกยังไง ในฉบับของ Forex2days.com เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปชมกันเลยครับ

วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ (Subprime Mortgage Crisis) หรือ วิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger Crisis) คืออะไร
วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ (Subprime Mortgage Crisis) หรือ วิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger Crisis) เป็นปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงกลางปี ค.ศ 2007 และเริ่มรุนแรงมากขึ้นในปี ค.ศ 2008 เนื่องจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเริ่มเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วโลก

วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ (Subprime Mortgage Crisis) หรือ วิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger Crisis) เกิดขึ้นจากอะไรบ้าง

1.การขยายตัวของตลาดอสังหาและภาวะฟองสบู่แตก
2.การเก็งกำไร
3.สินเชื่อความเสี่ยงสูง
4.การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
5.การจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
6.นโยบายรัฐบาล
7.นโยบายของธนาคารกลาง

จุดเริ่มต้นของวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์เกิดขึ้นเมื่อปี 2001 ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาถดถอยลงรัฐบาลจึงมีนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง เพื่อก่อให้เกิดการลงทุนในภาคเอกชนและเมื่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้นั้นลดต่ำลงก็เกิดกองทุนที่สามารถปล่อยกู้มากมาย และทำให้สามารถขออนุมัติสินเชื่อได้ง่าย

เมื่อประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่ายและอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากๆจึงทำให้เกิดการกู้เงินเพื่อมาเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ ความต้องการซื้อบ้านและที่อยู่เพิ่มมากขึ้นทำให้ราคาของอสังหาริมทรัพย์นั้นเพิ่มสูงขึ้นจนเกินมูลค่าที่แท้จริง ทำให้ในที่สุดเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และ ในช่วงเวลานั้นเกิดวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันสูงขึ้น เกิดภาวะเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้น

ทำให้รัฐบาลจึงแก้ปัญหาเงินเฟ้อโดยปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นทำให้คนที่กู้หนี้มาเพื่อซื้อเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์นั้นลดลงทำให้ความต้องการซื้อบ้านลดลงมากราคาจึงเกิดการตกลงอย่างรุนแรงและทำให้ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์นั้นแตกในที่สุด

ผลทำให้เงินกู้เงินมาซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร ไม่สามารถคืนเงินกู้ได้จึงเกิดหนี้เสียเป็นจำนวนมากและส่งผลให้สถาบันการเงินขาดสภาพคล่องซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์คุณภาพต่ำหรือเป็นสินเชื่อซับไพรม์

ในขณะเดียวกันอัตราหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ในสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 130 ในปี 2550 ซึ่งมากกว่าร้อยละ 100 ในช่วงต้นทศวรรษ GDP ของประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็ตกลงอย่างรวดเร็ว

ผลกระทบของวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

1.ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
2.การค้าระหว่างประเทศลดลงทั่วโลก
3.สถาบันการเงินทั่วโลกสั่นคลอน
4.ตลาดหุ้นทั่วโลกตกลงอย่างรุนแรง

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
อฃสหรัฐอเมริกาถือเป็นประเทศมหาอำนาจและเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญกับหลายๆประเทศทั่วโลกและยังมีเรื่องการลงทุนและการเงินข้ามชาติ เมื่อเกิดวิกฤตครั้งนี้ส่งผลกระทบครั้งนี้ทำให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกลดลง เนื่องจากเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในด้านครัวเรือนมีการใช้จ่ายน้อยลงและการลงทุนจากภาคเอกชนเองก็ลดลงตามไปด้วยส่งผลให้ประเทศอื่นๆที่เกี่ยวข้องมีอุปสงค์รวมลดลงด้วยจึงทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆลดลงเช่นกัน

การค้าระหว่างประเทศลดลงทั่วโลก
เมื่อเศรษฐกิจแย่ลงประชาชนจึงบริโภคลดลงเนื่องจากรายได้ที่ลดลงและหนี้สินที่เพิ่มขึ้นทำให้การนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกาลดลงส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศต่างๆไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นคู้ค้าที่สำคัญของหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย

สถาบันการเงินทั่วโลกสั่นคลอน
เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อซับไพรม์มากเกินไปจนเกิดหนี้สูญจำนวนมหาศาลทำให้บริษัทเงินทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปต้องขาดทุน และล้มละลายรวมทั้งสถาบันการเงินอื่นๆในต่างประเทศที่ร่วมลงทุนในตราสารอนุพันธ์ซีดีเอส ส่งผลทำให้สถาบันการเงินของโลกต้อง ได้รับผลกระทบประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ขาดความมั่นคงและต้องปิดกิจการ ทางภาครัฐบาลร่วมกับธนาคารกลางจึงจำเป็นต้องนำเงินงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐที่ทำหน้าที่ให้สินเชื่อด้านอสังหาริมทรัพย์

ตลาดหุ้นทั่วโลกตกลงอย่างรุนแรง
การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากสินเชื่อซับไพรม์ทำให้สถาบันการเงินขาดความมั่นคงและขาดความเชื่อถือ ผลทำให้ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และย่อมมีผลกระทบทำให้ตลาดหุ้นที่สำคัญทั้งในยุโรปและเอเซียลดลงอย่างรุนแรง

ที่มา :
http://www.stou.ac.th/stouonline/lom/data/sec/Lom6/04-01.htmlhttps://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%8C

ขับเคลื่อนโดย Blogger.